Stoondent

086

ใบบอน เด็กชายวัย 11 ปี เป็นเพราะการสูญเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุทำให้คุณอารับเขามาเลี้ยงดู คุณอาไม่ค่อยมีเวลาให้กับใบบอนมากนัก ทำให้ใบบอนต้องอยู่คนเดียวเสมอๆ  ความเหงาและโดดเดี่ยวไม่เคยจางหายไปจากใจของเขา  เรื่องราวประหลาดได้เกิดขึ้นเมื่อใบบอนได้พบกับคนๆหนึ่งปรากฏตัวตรงหน้าของเขาในบ้านที่ควรจะมีเขาอยู่เพียงลำพัง และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าืคือ   เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนเขาทุกประการ

 

ตัวละคร

 

สตอรี่บอร์ด

เป็นชิวิตของหมาจรจัดตัวหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีเจ้าของ ไม่เคยโดนดูแลเอาใจใส่
 
มีชิวิตเร่รอนไม่เปนหลักแหล่ง แร้วหมาตัวนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง
 
ต้องต่อสู้เพียงลำพังและโดดเดี่ยว จะมีบ้างมั้ยที่ใครซักคนจะเห็นค่าในชิวิตนั้น.....
 
.......ชิวิตที่เราไม่เคยได้รู้สึกถึงรสชาติของมัน

 

งานคอมิกที่จะทำนี่ก็หยิบเอาป้ามาลี จากคาแรคเตอร์ที่ออกแบบไว้ตั้งแต่งานครั้งแรก มาวาด
มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาเล็กน้อย เพราะมีการเปลี่ยนบุคลิกนิสัยไปบ้าง

 

 

....แต่ยังคงชอบดูดน้ำอัดลมถุงเหมือนเดิม

 

ป้าอู้งานนะป้า

 ...

 

 

"อ้าว นั่นมันป้ามาลีนี่หว่า"

"ทำไมวันนี้มากวาดแถวนี้หล่ะป้า ปกติไม่ได้ทำแถวนี้นี่"

 

"อ๋อ.."

"เผอิญว่ามีคนเขาวาน ให้มาช่วย เก็บกวาด แถวนี้นิดหน่อยน่ะ"

 

และนี่ก็คือเรื่องราวของป้ามาลี คนกวาดขยะธรรมด๊า ธรรมดา
ที่วันนี้ต้องมากวาดแถวแยกราชประสงค์

 

ต...ต...ตัวอย่าง

 

ส่งงานวันเกิด โอ้เย้....

ร่วมสมัย  ผสมผสาน  สวยงามและลงตัว

เอกลักษณ์ที่แฝงเร้นในลายเส้นที่พลิ้วไหว

 โลดแล่นไปกันเรื่องราวผจญภัยที่จะทำให้ใครหลายๆคนต้องทึ่ง

การ์ตูนไทยสายพันธุ์ใหม่

"Ogre King  อหังการ์ราชันย์ยักษ์"

 

 

 ชิน เด็กน้อยอายุเพียง 15 ปี อาศัยอยู่กับแม่ในบ้านกลางป่าเขา  รายล้อมด้วยเพื่อนๆ

สัตว์ป่ามากมาย  วันหนึ่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้ชินรู้ว่า แท้จริงแล้วตนคือ

ลูกยักษ์  เมื่อรู้ความจริงว่าพ่อของตนถูกจับตัวไป ชินจึงออกตามหาพ่อ การผจญภัย

ต่างๆจึงเริ่มขึ้น...

 

ครั้งแรกที่มองผ่านเราถึงกับต้องหยุดชะงักแล้วหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ และไม่ลังเลเลยที่จะ

ซื้อเก็บไว้พร้อมบอกกับตัวเองในใจว่านี่แหละการ์ตูนไทยที่หามานาน  จะเรียกได้ว่า

เรื่อง"โอเกอร์คิง"เป็นน้องใหม่ของวงการการ์ตูนไทยก็ว่าได้ จึงอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ

ได้รู้จักกันค่ะ 

 

ปัจจุบันโอเกอร์คิง หรืออหังการ์ราชันย์ยักษ์ มีออกมาแล้ว 5 เล่มคือ เล่ม1-4 และ

เล่ม 0(เล่มพิเศษ)

 จุดเด่นของการ์ตูนเรื่องนี้คือความร่วมสมัยค่ะ  คือผู้เขียนสามารถนำเอกลักษณ์ของ

ความเป็นไทยออกมาใช้ และผสมผสานเข้ากับความเป็นสากลได้อย่างลงตัว  อ่านแล้ว

หางคิ้วไม่กระตุก ไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดความเป็นไทยให้ผู้อ่าน แต่กลับทำให้ผู้อ่าน

มีความอยากรู้อยากเห็นว่าผู้เขียนจะเอาความเป็นไทยมาใส่ที่ตรงไหน และยังไง ไม่ว่า

จะเป็นเสื้อผ้าฉาก อาวุธ ข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆ ทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่าง

ตั้งอกตั้งใจ และมีการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

นับว่าเป็นการ์ตูนไทยอีกเรื่องหนึ่งที่นอกจากอ่านสนุกแล้ว ยังมีค่าแก่การสะสมและ

เหมาะนำมาเป็นกรณีศึกษาด้วยค่ะ

ปล. แวะชมเว็บบอร์ดโอเกอร์คิงได้ที่  http://www.ogrekingclub.com/index.php

สำหรับงานในครั้งนี้....

การ์ตูนที่ฉันชอบนั้น

 

 

 

มัน... 

มันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดหรือจะเขียนบรรยายได้...

 

 

 

 

 

จบ

 

 

 

 

 

 

 

 

เอ้ย ไม่ใช่ละ

เข้าเรื่องเถอะ...
เรื่องมันมีอยูว่า พอหลังได้โจทย์แล้ว จิตอันแสนจะฟุ้งซ่านก็คิดไปต่างๆนานา

....

นั่นสิ เรื่องไหนคือการ์ตูนที่ชอบที่สุดกันแน่หล่ะเนี่ย คือคำถามแรกที่แวบเข้ามาในหัวเมื่อฟังโจทย์จบ น่าแปลกที่ตลอดชีวิตที่ทั้งดูและอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก จนมาถึงวัยที่จะต้องฝึกงานอยู่รอมร่อ กลับไม่เคยคิดมาก่อนว่า ที่จริงแล้ว การ์ตูนเรื่องไหนที่ชอบมากที่สุด

 

 

พอมานั่งนึกๆดู การ์ตูนที่ตัวเองคิดว่าชอบนั้น ต่างก็มีจุดที่ชอบเฉพาะต่างๆกันไป บางเรื่องก็ชอบลายเส้น บางเรื่องก็ชอบเนื้อเรื่อง บางเรื่องก็ชอบสไตล์ บางเรื่องก็ชอบหลายอย่าง...แต่เรื่องที่ชอบเพราะมันพิเศษจนต้องเอามาเรียบเรียงลงการบ้านชิ้นนี้ล่ะ มันมีอยู่รึเปล่า แต่จริงๆแล้วคำตอบนั้นหาไม่ยากเลย เมื่อสายตาหันไปเจอกับ...

 

 

โดราเอม่อน

 

 

หลังจากหันไปเจอ แล้วหยิบมาอ่าน ทั้งๆที่งานการยังทำไม่เสร็จ ก็ได้แต่นึกเรื่อยเปื่อยไปว่าเจ้าหุ่นตัวสีฟ้าๆ ไม่มีหู ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนแมวนี่เราซี้กันมาตั้งแต่เด็กแล้วสินะ ตัวการ์ตูนตัวแรกที่วาดก็โดราเอม่อนนี่ล่ะ นั่งอ่านนั่งดูมาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่หยิบออกมาอ่านอีกครั้ง โดราเอม่อนก็ยังคงไม่น่าเบื่อ ทั้งๆที่เนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรเลยนะ ไม่สลับซับซ้อน แต่ทุกๆครั้งที่อ่านก็ยังอินกับเรื่องไปโดยอัตโนมัติ เช่นในเล่ม 6 ตอนที่โดราเอม่อนจะต้องกลับโลกอนาคต ไอ้เราก็เสียใจแทบแย่ พอมีเล่ม 7 ตอนน้ำยาโกหกที่ทำให้โดราเอม่อนได้กลับมา ที่อาจารย์ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะแกต้องเขียนตอนใหม่ออกมาเพราะมีแต่คนไม่อยากให้เรื่องนี้จบ ก็ทำให้ไอ้เราดีใจแทบแย่....หรือจะเป็นโดราเอม่อนชุดพิเศษตอนแรกๆอย่าง ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะ ตอนผจญภัยกองทัพมนุษย์เหล็ก อ่านจบกี่หนก็ยังซึ้งทุกที ให้ตายสิ ถึงตอนนี้พอโตๆแล้วก็ไม่อินมากเท่าสมัยเด็กแล้วก็เถอะ

 

 

ชีวิตของอาจารย์ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หนึ่งในผู้เขียนโดราเอม่อนเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วยตอกย้ำให้โดราเอม่อนยังอยู่ในความทรงจำของฉันมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่ในปี 2539 จากเหตุการณ์ที่ได้รับรู้ข่าวการเสียชีวิต ไปจนถึงเรื่องราวชีวิตของอาจารย์ที่พึ่งได้มาอ่านตอนโต ทำให้รู้ว่า คนๆนี้เป็นคนๆหนึ่งที่ใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริง ไม่แปลกเลยที่คนยิ่งใหญ่ (อย่างน้อยก็ในสายตาคนๆนี้คนนึง) เช่นนี้จะสามารถสร้างการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้

 

 

ถึงโดราเอม่อนในยุคหลังๆจะไม่ขลังเท่าแต่ก่อน อาจจะดูได้จากเนื้อเรื่องภาคมูวี่ใหม่ๆที่อาจจะดูไม่ซึ้งกินใจเหมือนยุคแรกๆ ลายเส้นที่ดูแปลกตาไปบ้าง แต่ความคิดที่ว่า ถ้าเรามีคอปเตอร์ไม้ไผ่ ประตูไปที่ไหนก็ได้ หรือกระเป๋า 4 มิติ ก็คงจะดีนะ ก็ไม่ได้หายไปไหน ความคิดนี้อาจจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าตัวตนของโดราเอม่อน ไม่เคยหายไปไหนเลย โดราเอม่อนคงอยู่กับเราตลอดไป ตรวบที่ตัวตนความเป็นเด็กที่เคยได้รู้จักเจ้าหุ่นแมวสีฟ้าไม่ได้หายไปนั่นหล่ะ

 

 

...อั๊ง อัง อัง ตดเตโมะไดอิสึกิ โดราเอม่อ--น

 

 2 หุ่นในหนึ่งภาพ
สำหรับคนที่สงสัยตัวผู้หญิงคือ ริลุลุ จากภาคผจญภัยกองทัพมนุษย์เหล็ก
เป็นหนึ่งในภาคที่ชอบมากก

แต่วาดไม่เหมือนของจริง...มันไม่ใช่อ่ะกิฟต์

 

 

โอ้ยยย คิดเนื้อเรื่องคอมิกไม่ออก....โดราเอม่อน ช่วยชั้นด้วยยยยยยย ;w;

 

 

084